แผนที่

หมู่บ้านวัฒนธรรมลาวครั่งบ้านกุดจอก
ที่ตั้ง บ้านกุดจอก ตำบลกุดจอก อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท

ประวัติชุมชน
   ในปลายสมัยกรุงธนบุรีถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นพบว่าคนไทยเชื้อสายลาวเผ่าต่าง ๆ ได้อพยพเข้ามาสู่ประเทศสยามด้วยสาเหตุต่าง ๆ ต่างยุคต่างสมัย บ้างก็อพยพหนีภัยสงครามทั้งภายในและภายนอกอาณาจักร หนีภัยธรรมชาติ โรคภัย ความอดอยากแร้นแค้น ที่อพยพมากที่สุดคือคราวอาณาจักรล้านช้างล่ม เป็นเหตุให้ชาวลาวหลายชนเผ่าต้องถูกกวาดต้อนเข้ามาอยู่บริเวณภาคกลางของไทย คนกลุ่มน้อยเหล่านั้นก็แยกกันอยู่ตามกลุ่มวัฒนธรรมย่อยของตน หนึ่งในนั้นก็คือ ลาวครั่งเป็นคนลาวมาจากเมืองหลวงพระบาง เมื่อปี พ.ศ. 2427 ผู้นำกลุ่มลาวครั่ง ได้ย้ายถิ่นฐานจากบ้านเขากระจิว จ.กาญจนบุรี (ปัจจุบันคือ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี) มายังบริเวณบ้านกุดจอก ซึ่งแต่เดิมเป็นป่า ได้ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่บริเวณริมบึงที่มีดอกจอกขึ้นอยู่เต็มบึง ตามภาษาของชนกลุ่มนี้เรียก “บึง” ว่า “กุด” จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านกุดจอก”โดยมีวัดเก่าแก่คู่บ้านกุดจอก เป็นศูนย์กลางของชาวบ้านก็คือ “วัดศรีสโมสร” ใน อดีตชาวบ้านได้ค้นพบเจอโบสถ์เก่าที่พังแล้ว บริเวณบึงกุดจอก เหลือเพียงฝาผนังและพระพุทธรูปทำด้วยศิลาแลง คาดว่าเป็นพระประธาน จากนั้นจึงเรียกขานตามๆ กันมาว่า “หลวงพ่อเดิม” ต่อมาจึงได้บูรณปฏิสังขรณ์บริเวณวัด ส่วนองค์หลวงพ่อเดิม ซึ่งเศียรของท่านไม่สมบูรณ์อยู่แล้วตั้งแต่แรกพบ ไม่มีการบูรณะเพิ่มเติมเนื่องจากไม่มีที่มาในด้านศิลปะที่ชัดเจน ในวันแรม 2 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี ทางวัดจะจัดงานปิดทองหลวงพ่อเดิม

 

   หมู่บ้านกุดจอกแห่งนี้ ปัจจุบันมีชาวไทยเชื้อสายลาวครั่งอาศัยอยู่ประมาณ 200 หลังคาเรือน อาชีพหลักคือเกษตรกรรม ทำนา   มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีชนชาติลาวครั่งดั้งเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น มีภูมิปัญญาที่โดดเด่นคือ การทอผ้าซิ่นตีนจก ที่มีลวดลายเฉพาะไม่เหมือนใคร การทอผ้าของที่นี่ใช้สีแดงที่ย้อมจากครั่งซึ่งเป็นสีแดงตามธรรมชาติที่โดดเด่นของเครื่องแต่งกายอันเป็นที่มาของชื่อว่าลาวครั่ง โดยช่างทอผ้ามือวางอันดับ 1 ของชุมชนท่านมีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมของจังหวัดชัยนาท สาขา ภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ คุณยายซ้อง จบศรี วัย 81 ปี  ที่ฝีมือในการทอผ้านั้น ยากที่จะหาใครเทียบเท่าและท่านเป็นครูต้นแบบที่ถ่ายทอดความรู้ด้านการทอผ้าของชุมชนแห่งนี้

เอกลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น
   ชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่งบ้านกุดจอก มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของตนเองไว้อย่างเหนียวแน่น อาทิเช่น ประเพณีบายศรีสูขวัญต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือน ภาษาพูด ดนตรีพื้นเมือง อาหารท้องถิ่น ภูมิปัญญาเกี่ยวกับการทำขนมจีนโบราณ ภูมปัญญาพื้นบ้านในด้านการักษาด้วยสมุนไพร การนวดแผนโบราณ วิถีชีวิตการทำนาปลูกข้าวตามฤดูกาล การผลิตข้าวซ้อมมือ การแต่งกายด้วยผ้าทอพื้นบ้าน การทอผ้าลวดลายที่มีเอกลักษณ์คือ ผ้าขิด ผ้าจกและผ้ามัดหมี่ ทอทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหม ผ้าทอที่ใช้ในพิธีทางศาสนา ผ้าคลุมหัวนาค ผ้าห่อคัมภีร์ ผ้าทอใช้ในชีวิตประจำวัน ผ้าซิ่น ผ้าขาวม้า หมอนน้อย หมอนเท้า ถุงขนมเส้น และมีการจัดงานประเพณีท้องถิ่นที่ได้ยึดถือกันมายาวนาน โดยเฉพาะงานประเพณีสงกรานต์ "ต้อนฮับสังขาร บุญสงกรานต์ปีใหม่ไท" ซึ่งถือได้ว่าเป็นงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัดชัยนาท มีศูนย์สาธิตวีถีชีวิตชุมชนได้แก่ การทอผ้า การสีข้าวและการตำข้าวแบบโบราณ การทำข้าวกล้อง การจักสานไม้ไผ่ และศูนย์แพทย์แผนไทย เป็นต้น ชุมชนลาวครั่งบ้านกุดจอก ก็เหมือนกับชนเผ่าทั้งหลายในเอเชียอาคเนย์ที่เชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติทั่วไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่เป็นอย่างยิ่ง เป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจ และความมั่นใจ ในการทำมาหากินและการดำเนินชีวิตของตน ซึ่งชาวบ้านกุดจอกส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร อาทิ ทำนา ทำสวน ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ พิธีกรรมต่าง ๆ ที่สืบทอดต่อกันมาจนเป็นประเพณีล้วนสะท้อนถึงความต้องการในวิถีชีวิตเรื่องน้ำและความอุดมสมบูรณ์ อันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมเกษตร เช่น การเปิดยุ้งข้าว การเรียกขวัญข้าว นอกจากนั้นในแต่ละช่วงเดือนชาวบ้านยังร่วมทำบุญที่วัดตามความเชื่อในพุทธศาสนาเพื่อสะท้อนความต้องการความคุ้มครองจากเทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความศรัทธา ที่มีต่อพุทธศาสนา เพื่อความสงบสุขในชีวิตของตนเองและครอบครัว เช่น พิธีทำบุญกลางบ้าน วันสงกรานต์ วันเข้าพรรษา ออกพรรษา เป็นต้น
 

งานประเพณีที่สำคัญ

งานประเพณีสงกรานต์ "ต้อนฮับสังขาร บุญสงกรานต์ปีใหม่ไท"
ชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่งกุดจอก ยังคงอนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี ประเพณีสงกรานต์ หรือ ประเพณีเดือน 5 ถือเป็นประเพณีสำคัญที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยจัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ ประเพณีแห่ดอกไม้ ประเพณีก่อพระทราย ประเพณีแห่ธง ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ประเพณีเล่นผี ก่อนถึงวันสงกรานต์ ทุกคนจะต้องเตรียมทำความสะอาดบ้านเรือน ในอดีตต้องเตรียมหาบน้ำ ผ่าฟืนเก็บไว้ให้พอเพียง เพราะเมื่อสงกรานต์ลงจะเล่นสนุกสนานและทำบุญกันอย่างเดียว เรียกว่า “ถือ” วันสงกรานต์วันแรกในวันที่ 13 เมษายน บางเรือนจะต้อนรับนางสงกรานต์ด้วยการนำเอาขันธ์ 5 คือ กรวย หรือ ชวยใบตอง ใส่ดอกไม้ ธูป เทียน รวมทั้ง ผ้านุ่ง ผ้าสไบ หวี แป้ง กระจก ใส่ถาดวางไว้บนเรือนตรงหน้าต่าง เพื่อให้นางสงกรานต์มารับสิ่งของนั้น

งานประเพณีการทำบุญกลางบ้าน
การทำบุญกลางบ้านของชุมชนลาวครั่งบ้านกุดจอก ชาวบ้านแต่ละครัวเรือนจะเตรียมทำกระทงจากกาบกล้วยรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสามเหลี่ยม มีเชือกผูกสำหรับหิ้ว ช้างในกระทงใส่ดินปั้นเป็นรูปคนเท่าจำนวนคนในครัวเรือนของแต่ละครอบครัว และปั้นรูปสัตว์เลี้ยงของตน เช่น วัว หมู ไก่ หมา ใส่ลงไปในกระทงพร้อมหัวหอม หัวกระเทียม พริกแห้ง ข้าวขาวข้าวดำ ข้าวแดง (ข้าวสุกย้อมดินหม้อและปูนแดง) มีขวดน้ำเล็ก ๆ ใส่ลงไปด้วย ก่อนจะทำพิธีผู้ชายในหมู่บ้านจะช่วยกันนำสายสิญจน์ไปล้อมหมู่บ้าน จัดหาทราย น้ำ ที่ใช้ทำน้ำมนต์ในพิธีในตอนเช้า ชาวบ้านจะเดินทางไปทำบุญตักบาตรที่วัดศรีสโมสรแล้ว ตอนสาย ๆ จะนำกระทงที่เตรียมไว้นำไปวางบริเวณศาลากลางบ้าน ผู้ทำพิธีแต่งชุดแดงใช้ผ้าโพกศีรษะสีแดงถือดาบเข้าทรงตรงหน้าหอเจ้าพ่อแล้วเดินมาแจกธูป 1 ดอก ให้ทุกคนปักไว้ริมกระทง รดน้ำมนต์ให้ผู้มาร่วมพิธี จากนั้นทุกคนจะถือกระทงของตนเดินทางไปเรียงกันไปวางไว้ทื่ทางสามแยก เมื่อวางเสร็จก็กลับเรือนของตน ห้ามหันไปมองเพราะเชื่อกันว่าผีจะตามมา ในวันนั้นชาวบ้านผู้ชายจะหว่านข้าวสารและทรายเสกของเจ้าพ่อไปรอบหมู่บ้าน ช่วงเย็นนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป มายังศาลากลางบ้าน พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์เย็น เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายในหมู่บ้านและเป็นสิริมงคล

 

สิ่งศักดิ์สิทธิ์และสถานที่สำคัญ ในบริเวณวัดศรีสโมสร วัดประจำหมู่บ้าน

หลวงพ่อเดิม เป็นพระพุทธรูปทำด้วยศิลาแลงที่ค้นพบในโบสถ์เก่าไม่ทราบว่าสร้างในสมัยใดเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะของชุมชน
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นลาวครั่ง มรดกผสมผสานอารยธรรมไทย-ลาว ตั้งอยู่บนหอสวดมนต์ของวัดศรีสโมสร ภายในพิพิธภัณฑ์ เป็นของเก่าแก่โบราณที่คนเฒ่าคนแก่ได้นำมามอบให้กับวัดเพื่ออนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้เรียนรู้ความเป็นอยู่ของชุมชน เป็นที่รวบรวมของของมีค่าต่าง ๆ จัดแสดงนิทรรศการถาวร พื้นที่จัดแสดงแบ่งเป็น ๓ ส่วน ส่วนแรกเป็นการจัดแสดงเรื่องทางศาสนามีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ งาช้างคู่อายุกว่า 100 ปี ส่วนที่สอง จัดแสดงประวัติชุมชน เล่าเรื่องกลุ่มชาติพันธ์ลาวครั่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนที่สามเป็นเรื่องของใช้โบราณ ที่บรรพบุรุษ ในชุมชนนำมาจัดแสดง อาทิเช่น พระคัมภีร์ใบลาน ผ้าลายตีนจกโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ลาวครั่ง เครื่องทองเหลือง พระพุทธรูป ภาชนะ ภาพโบราณ และสิ่งที่สำคัญต่าง ๆ ของชุมชนลาวครั่ง



กิจกรรม ท่องเที่ยวในชุมชน
• การต้อนรับแบบอบอุ่นด้วยการแสดงตนตรีพื้นบ้านแคนและการแต่งกายพื้นเมือง พิธีบายศรีสู่ขวัญ
• ชมพิพิธภัณฑ์ลาวครั่ง ณ วัดศรีสโมสร
• ชมวิถีชีวิตชุมชนในหมู่บ้านศูนย์สาธิตวีถีชีวิตชุมชนได้แก่ การทอผ้าพื้นเมืองลายโบราณ การสีข้าวและการตำข้าวแบบโบราณ การทำข้าวกล้อง การจักสานไม้ไผ่ และแพทย์แผนไทย การนวดแผนโบราณคลายปวดเมื่อย
• รับประทานอาหารพื้นบ้านคาวหวาน ขนมจีนโบราณ ข้าวต้ม และอื่น ๆ ตามฤดูกาล
• พักแรมแบบโฮมสเตย์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตในชุมชนลาวครั่ง

 

 

การเดินทาง
เดินทางโดยรถยนต์
ออกจากกรุงเทพฯได้หลายเส้นทาง ดังนี้

เส้นทางที่ 1 เดินทางไปตามเส้นทางไปภาคเหนือสายเอเชีย (หมายเลข 32) ถึงจังหวัดชัยนาท – ไปที่อำเภอวัดสิงห์-อำเภอหนองมะโมง หมู่บ้านวัฒนธรรมลาวครั่งกุดจอกอยู่ขวามือก่อนถึงที่ว่าการอำเภอหนองมะโมง ระยะทาง 5 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 2 เดินทางไปตามเส้นทางสาย กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี-ชัยนาท (เส้นทางหมายเลข 340) -ไปที่อำเภอวัดสิงห์-อำเภอหนองมะโมง หมู่บ้านวัฒนธรรมลาวครั่งกุดจอกอยู่ขวามือก่อนถึงที่ว่าการอำเภอหนองมะโมง ระยะทาง 5 กิโลเมตร

ที่อยู่ติดต่อ สัมผัสกับวิถีของชาวลาวครั่งบ้ากุดจอกได้ที่
เว็ปไซด์: “ ลาวครั่งกุดจอก”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
1. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท โทร. 0 5641 6575 ,0 5641 6576-7
2. องค์การบริหารส่วนตำบลกุดจอก โทร. 0 5646 6033-4
3. นายนิวัฒนากร ศรีพรมมา ผู้ใหญ่บ้านกุดจอก ที่อยู่ ๕๒/๑ หมู่ที่ ๑ ตำบลกุดจอก อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท
โทรศัพท์ 08-3330-9744 , 08-9969-4518, 0 5646 6130
4. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี ชั้น 3
อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โทร. 0 3553 6030 , 0 3553 6189 , 0 3553 5789
E-mail:
tatsuphan@tat.or.th www.tatsuphan.net


 

 


2012 Copyright TATsuphan.net All right Reserved.